Eco Product
ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จะต้องประกอบด้วยหลักการ 4R ได้แก่ การลดของเสีย (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) การนำมาปรับใช้ใหม่ (Recycle) และการซ่อมบำรุง (Repair) ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตให้พอดีกับความต้องการของผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารพิษไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์ ผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้พลังงานในการผลิตน้อยไม่ทิ้งกากของเสียทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจและเป็นที่ต้องการในตลาด โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศโดยฉลากผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของโลกแบ่งเป็น 3ประเภทหลัก คือ
1.ฉลากให้การรับรองโดยสถาบัน หรือองค์กรภาครัฐในระดับประเทศ โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์ตาม ISO 14024 เช่น ฉลากเขียวของไทย, EU Flower ของกลุ่มประเทศ EU, Green Seal ของสหรัฐอเมริกา หรือฉลาก Eco Mark ของญี่ปุ่น

2.ฉลากให้การรับรองโดยบริษัท หรือยืนยันผลิตภัณฑ์ของตนเอง โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์ตาม ISO 14021 เช่น ฉลาก SCG eco value ของเอสซีจี, ฉลาก eco ของฮิตาชิ, ฉลาก eco ideas ของพานาโซนิค กรุ๊ป

3. ฉลากให้การรับรองหรือยืนยันผลิตภัณฑ์โดย Third Party โดยดูทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์ตาม ISO14025 เช่น ฉลาก Eco Leaf ของญี่ปุ่น, ฉลาก EPDของสวีเดน และฉลาก EDPของเกาหลี

สำหรับเอสซีจี ในการนำฉลาก SCG eco value มาตีตราสินค้าได้นั้น จะต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรอง และรับรองจากคณะกรรมการของเอสซีจี โดย SCG eco value แบ่งเป็น 3 กลุ่มตามหลักเกณฑ์กำหนดมาตรฐาน (อ้างอิงตามมาตรฐาน ISO 14021) คือ
1. ผลิตภัณฑ์ที่มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco Process) ประกอบด้วย การออกแบบให้สามารถแยกประกอบใหม่ได้ (Designed for Disassembly), ลดการใช้ทรัพยากร (Reduced Resource Use), การใช้น้ำลดลง (Reduced Water Consumption), พลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ (Recovered Energy), การลดของเสีย (Waste Reduction)
2. ผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด (Eco Use) ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ที่มีอายุการใช้งานนานขึ้น (Extended Life Product), การใช้พลังงานลดลง (Reduced Energy Consumption), ความสามารถในการนำมาใช้ซ้ำ หรือบรรจุใหม่ได้ (Reusable & Refillable), ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบตามหลักการจัดวางที่เหมาะสม (Ergonomics Product), ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพอนามัย (Health / Hygiene Product), ความสามารถในการย่อยสลาย (Compostable), ความสามารถในการสลายตัว (Degradable)
3. ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาเวียนใช้ใหม่ได้ (Eco Recycle) ประกอบด้วย การสามารถเวียนกลับมาใช้ได้ใหม่ (Recycleable), มีส่วนประกอบของวัสดุที่เวียนกลับมาใช้ได้ใหม่ (Recycled Content)
ปัจจุบันมีสินค้าที่ผ่านการรับรองด้วยฉลาก SCG eco value 87 รายการ (จากประมาณ 8 หมื่นรายการสินค้าและบริการของเอสซีจี) อาทิ
- สินค้าที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น กระดาษ Idea Green ลดการใช้ต้นไม้ลงถึง 30% โดยใช้เยื่อ Eco Fiber ที่ได้จากเศษวัสดุเหลือทิ้งจากผลผลิตทางการเกษตร กระดาษ Green Read by SCG Paper ลดการใช้ต้นไม้ลงถึง 10% โดยใช้เยื่อ Eco Fiber ลดแสงสะท้อนสู่ดวงตาได้ถึง 15% หรือ Green Series ทำตลาดแบบ B2B ก็ไม่ได้ใช้เยื่อจากไม้ใหม่เลย ใช้ Eco Fiber 100%

- สินค้าวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการใช้ไม้จากธรรมชาติได้มากกว่า 90% เช่น ไม้สมาร์ทวูดแผ่นผนังและฝ้าสมาร์ทบอร์ด เป็นผลิตภัณฑ์ซีเมนต์ที่ใช้เยื่อเซลลูโลส ไม่มีแอสเบสตอลในกระบวนการผลิต กระเบื้องคอตโต้ Glazed Porcelain รุ่น Eco Touch และ Eco Rockrete ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล 60% ถ้าผลิต 100,000 ตร.ม. จะสามารถลดจำนวนวัตถุดิบได้เท่ากับรถ 10 ล้อ 106 คัน

- ผลิตภัณฑ์ประหยัดน้ำ เช่น ก๊อกน้ำคอตโต้ รุ่น CT 1061 อัตราการไหลของน้ำน้อยกว่า 4.7 ลิตรต่อนาที มีประสิทธิภาพดีกว่ามาตรฐานฉลากเขียวถึง 21% และใช้วัตถุดิบทองเหลืองในการผลิตน้อยลง 60%, ฝักบัวอาบน้ำ รุ่น Z07(HM), โถสุขภัณฑ์ชิ้นเดียว C1111 ฯลฯ

- ผลิตภัณฑ์ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้า เช่น ฉนวนกันความร้อนตราช้าง Green-3 ใช้เศษแก้วเป็นวัตถุดิบทดแทนทราย ช่วยลดปริมาณขยะ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 1,100 ตันต่อปี และลดปริมาณความร้อน และกักเก็บความเย็นให้คงอยู่ในอาคาร จึงช่วยประหยัดค่าไฟจากเครื่องปรับอากาศ
- บริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การให้บริการจัดส่งสินค้าของเอสซีจี โลจิสติกส์ ด้วยการใช้พาหนะที่มีอัตราการบริโภคน้ำมันน้อย การลดการขนส่งเที่ยวเปล่าให้มากที่สุด และรวมเที่ยวส่งสินค้า ช่วยลดการใช้พลังงาน ลดมลภาวะและลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกได้ 3,240 เมตริกตันต่อปี เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 108,000 ต้นต่อปี จากปริมาณการขนส่ง 27,000,000 ตัน และลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันต่อตันขนส่งได้ 3%

- กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่นระบบผลิตไฟฟ้าจากความร้อนทิ้ง ซึ่งประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ถึงปีละ 1,600 ล้านบาท ทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกปีละ 300,000 เมตริกตัน หรือเทียบได้กับการปลูกต้นไม้ 10 ล้านต้นในกระบวนการผลิตเม็ดพลาสติก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยปริมาณกากของเสีย และนำไปสร้างมูลค่าเพิ่ม


