|
ทำไม ? ... คำถามหลายมิติที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาของน้ำท่วม
เรื่อง / ภาพ: สาโรช พระวงค์
อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี สถาปนิกและนักเขียนอิสระ ผมสะดุ้งตื่น ณ เวลา 5.55 เช้าปลายเดือนตุลาคม ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาในเวลาที่พระอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นขอบคอนกรีตสูงข้าง ๆ ด้วยสาเหตุว่าไฟได้ถูกตัดเพราะน้ำท่วมทะลักเข้ามายังชั้นหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของตู้ไฟฟ้าซึ่งรวมไปด้วยแผงงานระบบไฟฟ้าทั้งอาคาร รอบ ๆ ชั้นล่างน้ำกำลังเจิ่งนองด้วยอุทกภัยในภาคกลาง คนและปลามีสิทธิ์เท่าเทียมกันในการใช้ท้องถนน มองออกไปยังลานจอดรถ ปลานิลตัวเขื่องกำลังว่ายเวียนวนกินไส้เดือนที่หนีน้ำขึ้นมาเป็นเหยื่อรอบล้อรถที่ถูกน้ำท่วมไปเสียจะมิดล้อแล้ว วิกฤติน้ำท่วมคราวนี้หนักมากในรอบหลายสิบปี เกิดความเสียหายต่อสถาปัตยกรรมบ้านเรือนมากมาย แนวคิดการสร้างบ้านแปงเมืองของเราที่ผ่านมามีปัญหามากน้อยล้วนขึ้นมาเป็นคำถามวนเวียนในหัวผมมากมาย ฉับพลันนั้นผมคิดได้ว่า... ทำไม เราไม่ออกแบบให้แผงวงจรไฟฟ้าอยู่ชั้นบนเสียแต่แรก ? ถ้าเราปรับแนวคิดเดิม ๆ เสียบ้าง ตำแหน่งงานระบบต่าง ๆ สามารถถูกออกแบบตำแหน่งให้อยู่พ้นระดับน้ำท่วมเสียแต่แรก เมื่อน้ำมาจะสามารถลดความเสียหายได้มากทีเดียวจากรูปแบบเดิมที่เราพบเห็น ห้องงานระบบต่าง ๆมักนิยมออกแบบไว้ชั้นล่าง หรือไม่ก็เป็นส่วนใต้ดิน เพื่อต้องการหาตำแหน่งที่ซ่อนเครื่องจักรเหล่านี้อย่างแนบเนียน ด้วยเหตุว่าป้องกันความไม่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็น ห้องปั่นไฟ(generator) สำหรับอาคารขนาดใหญ่ที่ป้องกันไฟฟ้าดับ จึงต้องมีเครื่องปั่นไฟสำรอง และหม้อแปลง (transformer) สำหรับลดแรงดันไฟฟ้ากำลังเข้าสู่อาคาร ส่วนเหล่านี้เมื่อวิกฤติน้ำท่วมที่ผ่านมาหลาย ๆ อาคารต้องปิดทำการด้วยการไม่ได้เตรียมเรื่องเหล่านี้ไว้ นอกจากนี้เรายังควรแยกวงจรไฟฟ้าแต่ละชั้นให้ทำงานแยกกัน เพื่อสะดวกต่อการใช้งาน กรณีน้ำท่วมชั้นล่าง โดยไม่ต้องตัดไฟทั้งอาคาร หรือเราสามารถออกแบบให้แผงควบคุมไฟฟ้าทั้งอาคารอยู่ที่ชั้น 2 ซึ่งสูงจนพ้นน้ำอย่างปลอดภัย ![]() ลองปรับเปลี่ยนตำแหน่งงานระบบไฟฟ้าที่เสี่ยงต่อน้ำท่วมให้ห่างไกลจากน้ำท่วม แค่ปรับสูงไม่มากเท่านั้น
ทำไม เราไม่ออกแบบให้อุปกรณ์ไฟฟ้าประกอบอาคารหนีน้ำ ? เริ่มง่าย ๆ ที่การระบุไปในแบบให้อุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ในตำแหน่งสูงกว่าระดับน้ำท่วมถึง เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ปัญหาที่พบในคราวนี้เมื่อน้ำมา อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ติดตายตัวต้องสังเวยไปกับน้ำอย่างยากจะกู้คืน ไม่ว่าจะเป็น เต้ารับ, สวิตช์, คอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ ปรับระดับที่ไม่ต้องอยู่ติดดิน ซึ่งเราสามารถออกแบบโดยเตรียมพื้นที่ให้มีตำแหน่งวางรวมกันอย่างเป็นระเบียบ วางในตำแหน่งที่หลบมุม แลดูสวยงามด้วย และที่สำคัญ หนีน้ำได้ ไม่ต้องเสียค่าซ่อมบำรุง หรือหนัก ๆ ก็ต้องเปลี่ยนรับเทศกาลหลังน้ำท่วมไปหมด
![]() งานระบบไฟฟ้า จากที่เคยอยู่ชั้นล่างติดดิน เสียหายได้ง่ายจากน้ำท่วม เราลองมาเปลี่ยนให้อยู่ชั้นบนเพื่อลดความเสียหายจากน้ำท่วมได้ ![]() คอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศ ปรับระดับที่ไม่ต้องอยู่ติดดิน เราก็สามารถเตรียมรับมือกับน้ำท่วมได้แล้ว ทำไม เราไม่ออกแบบให้ชั้นล่างเป็นใต้ถุนโล่งหนีน้ำ ? หากเราลองไตร่ตรองถึงภูมิปัญญาจากอดีตกาล ภาคกลางของบ้านเราเป็นที่ราบลุ่ม มีน้ำท่วมประจำจนเป็นมิตร บรรพบุรุษจึงออกแบบให้มีเรือนไทยที่เป็นสถาปัตยกรรมสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก หากนึกไม่ออก ขอลองจินตนาการถึงหน้าน้ำหลาก (ชนิดที่หลากมากมาย จนพม่ายกทัพกลับตอนน้ำหลากด้วยเบื่อน้ำรอบกรุงศรีอยุธยา) เรามีเรือนเสาลอยไม่จมน้ำที่ปลดเอาเรือจากใต้ถุนมาพายเรือเป็นพาหนะในการคมนาคม จนเมื่อล่วงเข้าสู่ยุครัตนโกสินทร์เราก็ยังขุดลอกคูคลองไปทั่วกรุงเทพฯ เพื่อใช้สัญจร ใช้ระบายน้ำแห่งที่ราบลุ่มนี้ ![]() เรือนไทย ภูมิปัญญาไทยจากอดีตกาล รอวันกลับมาชีวิตอีกครั้งเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม จวบจนเมื่อสยามประเทศต้องสู้กับกระแสการล่าอาณานิคม การรับอิทธิพลจากต่างชาติจึงเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพียงแต่เป็นการรับมาอย่างไม่รู้จักพัฒนาให้เหมาะกับรากของตนเอง เราลืมไปว่าทำไมเราถึงมีเรือนเสาลอย เราใช้ใต้ถุนชั้นล่างเป็นพื้นที่สารพัดประโยชน์ในฤดูร้อน เรารับจนลืมปรับ เราจึงหันมาอยู่ติดดินแบบที่บรรพบุรุษในแดนสุวรรณภูมิไม่ทำกัน เราจึงพบกับปัญหาจากการลอกเลียนรูปแบบสถาปัตยกรรม เมื่อเราหันมาอยู่ติดดินกันหมด บ้านแต่ละหลังก็พากันหวาดกลัวถึงปัญหาน้ำท่วมขังเนื่องจากที่ดินของตนเองต่ำกว่าบ้านข้างเคียง จนเกิดสงครามถมดินให้สูงกว่ากันไม่รู้จบ (แต่ในที่สุดก็ท่วมทุกหลังเท่าเทียมกันหมด) ![]() เสาลอย + ใต้ถุน สเปซอัศจรรย์ของเรือนไทยไม่รู้จบ ![]() เสาลอย ลอยน้ำ ภูมิปัญญาหนีน้ำจากอดีตกาลที่ควรนำมาปรับใช้กับสถาปัตยกรรมร่วมสมัย หลังจากนี้ไปโรงเรียนสถาปัตยกรรมต้องถึงคราวเปลี่ยนแนวคิด เปลี่ยนแนวทางการสอนหรือไม่ หากมองไปยังอดีตที่ผ่านมา เราผลิตสถาปนิกที่มุ่งออกแบบงานที่รับใช้ทุนนิยม แล้วรีบนำเข้ารูปแบบสถาปัตยกรรมด้วยสาเหตุว่ามันขายได้ แลทันสมัยกว่าสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นเดิม ![]() เมื่อต้องอยู่กับน้ำ สถาปัตยกรรมเราควรปรับตัวอย่างไร เอาชนะธรรมชาติ หรือคล้อยตามธรรมชาติ ? ![]() หากเราไม่ปรับตัวคล้อยตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะท่วมกี่ปีกี่หน บ้านเรือนเราก็เสียหายไม่รู้จักจบสิ้น สามคำถามที่ผมนึกได้จบลงไปแล้ว อีกหลายคำถาม ผมจะเล่าให้ฟัง (อ่าน) ในตอนหน้าครับ หลังจากผมอพยพหนีน้ำในเวลาสายของวันหนึ่งปลายเดือนตุลา |
24.01.2012
1014 views
22.12.2011
3107 views
19.12.2011
3493 views
13.12.2011
1557 views