|
ทำไม?...คำถามหลายมิติที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาของน้ำท่วม ตอนที่2
เรื่อง: สาโรช พระวงค์ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี สถาปนิกและนักเขียนอิสระ |
|
ผมหนีน้ำออกจากที่พักได้ตอนสายของวัน ภาพที่ผมพบเมื่อแดดทแยงมุมเข้ามายังอดีตถนนที่ปัจจุบันเป็นคลองขนาดลึกท่วมเข่า บางแห่งท่วมถึงหน้าอก เรือคอยรับส่งผู้อพยพออกจากละแวกที่พักเป็นระยะ กะละมัง เตียงนอนเก่า กล่องโฟมแบบต่าง ๆ ที่เคยใช้แช่อาหารสดถูกดัดแปลงเป็นแพขนของหนีน้ำอย่างจ้าละหวั่น สภาพผู้คนที่เริ่มอพยพออกจากถิ่นที่เคยพักดูราวกับเกิดสงครามย่อย ๆ เพียงแต่คราวนี้เราไม่ได้รบกับใครเลย เพียงแต่เราขาดการปรับตัวกับธรรมชาติ ถ้าเรารู้จักวางแผนให้ดี ให้รัดกุม เราก็คงโกลาหลกันน้อยกว่านี้เป็นแน่ ฉับพลันนั้นผมเกิดคำถามในหัวว่า ทำไม เราไม่เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ในบริเวณที่น้ำท่วมถึง?
บ้านหลายหลังในละแวกที่ผมอาศัยอยู่ เริ่มเตรียมตัวยกของหนีน้ำขึ้นที่สูง บ้างก็ยกขึ้นเหนือตู้ ชิ้นไหนไม่หนักมากก็แขวนไว้กับผนังในระดับที่เชื่อว่าจะพ้นจากน้ำท่วมสูงสุด แต่ในขณะเดียวกันอีกหลายหลังก็ไม่สามารถจะแก้ไขอะไรได้เลยเพราะใช้เฟอร์นิเจอร์แบบติดบิลท์อิน แล้วยิ่งติดตั้งที่ชั้นล่างซึ่งเป็นด่านแรกของน้ำเมื่อมาถึงตัวบ้าน เจ้าของบ้านคงช้ำใจยิ่งถ้าเพิ่งทำเสร็จมาหมาด ๆ ทางออกของปัญหานี้เราสามารถเลือกที่จะใช้เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวในชั้นล่าง พอน้ำมาอีกครั้งเราก็ยกขึ้นไปเก็บชั้นบน พอน้ำลดเราก็ยกลงมาใช้งานชั้นล่างต่อเหมือนเดิม เลือกที่จะใช้พื้นที่ใช้สอย เลือกที่จะใช้เฟอร์นิเจอร์คล้อยตามสภาพแวดล้อม แค่นี้ก็พอจะช่วยทุเลาจากหนักให้เบาลงได้มากทีเดียว นึกถึงเรือนใต้ถุนโล่ง มีเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวไม่มากชิ้น พอน้ำมาเราก็ย้ายหนีเท่านั้นเอง
![]() ![]() แค่เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ ก็ลดความเสียหายเมื่อน้ำมาได้อย่างง่าย ๆ พอน้ำลดเราก็กลับมาใช้ชั้นล่างกันใหม่ได้เหมือนเดิม แค่ทำความสะอาดนิดหน่อยเท่านั้น ทำไม เราไม่เลือกใช้วัสดุทนน้ำในชั้นล่าง ?
พอน้ำลดแล้วทุกๆคนที่กลับมาดูบ้านตัวเอง คงได้แต่ส่ายหัวด้วยความช้ำใจ ไหนจะบางบ้านถูกแมวน้ำงัดแงะขโมยของ ไหนจะพื้นไม้ชั้นล่างที่ปูไว้อย่างหรูหลุดลอยเป็นหย่อม ลอยหายไปตามน้ำก็ไม่น้อย แต่หากคราวนี้น้ำจะมาอีกรอบนอกจากการเตรียมการในส่วนเฟอร์นิเจอร์แล้ว ในส่วนของพื้นผิววัสดุพื้นผนังที่ชั้นล่างก็ไม่ควรละเลยเช่นกัน หากเราไม่สามารถที่จะป้องกันน้ำให้เข้าบ้านได้อย่างถาวร การปรับตัวไปตามสภาพการณ์จึงเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จากเดิมที่เราเลือกวัสดุกรุผิวที่ไม่ทนต่อความชื้นจากน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานานอย่าง พื้นไม้ พื้นกระเบื้องยาง ผนังไม้ ผนังวอลเปเปอร์ ซึ่งวัสดุเหล่านี้พอน้ำลดแล้ว เมื่อเราเข้าไปซ่อมบ้านก็ต้องลอกออกให้หมด เพราะภายใต้ชั้นของวัสดุกรุผิวเหล่านี้เป็นบ้านพักของเชื้อโรคต่าง ๆ ที่มองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า ตัวอย่างเช่นกาวที่ผสานให้วอลเปเปอร์ติดกับผนัง เมื่อโดนน้ำขังนาน ๆ ก็จะเป็นแหบ่งเพาะพันธุ์รา หากเราไม่ลอกออกแล้วทำความสะอาดให้เรียบร้อย พวกวายร้ายขนาดจิ๋วก็จะเข้ามาอยู่ในระบบหายใจของเราที่สูดเข้าไป ทางที่ดีเมื่อเราเข้าไปปรับปรุงบ้านของเราหลังน้ำท่วมแล้ว ก็ควรเปลี่ยนวัสดุในส่วนที่น้ำท่วมถึงให้เป้นวัสดุทนน้ำได้อย่างดี ซึ่งมีให้เลือกใช้มากมายในท้องตลาดอย่าง กระเบื้อง หรือพื้นคอนกรีต แต่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นวัสดุใหม่ ควรตรวจสอบโครงสร้างเดิม หรือปรึกษากับวิศวกรเสียก่อนว่าสามารถรับน้ำหนักวัสดุเหล่านี้ ได้หรือไม่ เท่านี้เราก็พร้อมจะรับมือน้ำแล้วครับทุกท่าน
![]() การดัดแปลงสิ่งของใกล้ตัวมาประยุกต์ใช้ตามสภาพการณ์เป็นลักษณะที่พิเศษของคนไทย แต่เราคงจะมาตั้งรับและดัดแปลงอย่างนี้ไปตลอดไม่ได้ ทำไม เราไม่ออกแบบถังเก็บน้ำดีไว้ชั้นบน แทนใต้ดิน?
หากเกิดกรณีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน น้ำดีที่เราใช้ทั้งอุปโภค บริโภคก็สำคัญเช่นกัน หากเราจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในบ้านในขณะที่น้ำท่วม เราก็ต้องการสุขอนามัยจากน้ำที่สะอาด หรือถ้าน้ำท่วมหนักมาก เมื่อเรากลับมาฟื้นฟูบ้าน เราคงจะไม่อยากพบกับสภาพสยองขวัญของถังเก็บน้ำใต้ดินที่สำรองน้ำไว้กลายเป็นแหล่งสะสมน้ำจากวิกฤติน้ำท่วมที่มากไปด้วยคราบสกปรกตามแต่น้ำจะพัดมาสู่ถังน้ำของเรา เมื่อเรามีโอกาสปรับตัวให้ทัน เราสามารถที่จะออกแบบให้แหล่งสำรองน้ำดีของบ้านยกขึ้นสูงพ้นจากน้ำท่วม เพื่อป้องกันเรื่องกวนใจจากการปนเปื้อนของน้ำใต้ดิน และข้อดีอีกอย่างของการวางถังน้ำไว้สูงเมื่อเวลาเปิดน้ำใช้ แรงดึงดูดจะดึงน้ำลงมาโดยไม่ต้องพึ่งแรงจากปั๊มน้ำให้เปลืองไฟฟ้าแต่อย่างใด ก่อนน้ำจะมาอีกครั้ง ควรหาตำแหน่งวางแท็งค์น้ำสำรองเพื่อสุขอนามัยกันดีกว่าครับ
![]() ลดการปนเปื้อนของน้ำใช้ น้ำดื่มในช่วงน้ำมาเยือน แก้ด้วยวางถังเก็บน้ำขึ้นสูงดีกว่า ทำไม เราไม่เลือกใช้บ่อบำบัดแบบเซปติก แทนบ่อซึม?
ผมเคยพำนักอาศัยในบ้านย่านคลองเตย ที่นั่นน้ำใต้ดินเยอะมาก แต่เนื่องจากเป็นบ้านเก่า อายุหลายสิบปีแล้ว ระบบบำบัดของเสียจากห้องน้ำจึงเป็นระบบบ่อเกรอะ-บ่อซึม พอฤดูฝนมาที ความสยองขวัญจึงได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อน้ำเริ่มท่วมแบบที่ยังไม่หนักมาก จะมีน้ำซึมใต้ดินอยู่สูง หากเราเลือกใช้ระบบบำบัดเป็นระบบบ่อเกรอะ-บ่อซึม น้ำจากใต้ดินก็จะทะลักเข้ามารอบด้าน ทั้งด้านข้างและด้านล่างของบ่อซึม และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ราดส้วม หรือกดชักโครกไม่ลง วิธีแก้ไขคือเลือกใช้ระบบบำบัดที่เป็นถังเซปติค ที่มีระบบย่อยกากในตัว ปล่อยออกมาแต่น้ำ ทั้งรุ่นและขนาดสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม แต่วิธีนี้ใช้ได้เฉพาะกรณีน้ำท่วมไม่มาก แต่ถ้าท่วมหนักจนมิดบ่อบำบัดแล้วก็ตัวใครตัวมันนะครับ คราวนี้ขอแนะนำให้อพยพก่อนหรือถ้ามีส้วมฉุกเฉินก็ว่าเป็นกรณีไปครับ
![]() ลดปัญหาของส้วมยามน้ำมายังมาไม่มากด้วยถังเซปติค แทนระบบบ่อเกรอะ-บ่อซึม แต่ถ้าน้ำมาเยอะแล้วต้องปรับวิธีกันอีกที ![]() เมื่อน้ำมาการปรับตัวให้อยู่รอดปลอดภัยสำคัญที่สุด อะไรที่ยกหนีได้ก็ควรย้ายก่อนจะสายเกินการ ![]() หากเราเลือกวัสดุที่มีความแข็งแรง ทนทานต่อน้ำที่ขังเป็นเวลานาน หลังน้ำลดแล้วเราจะลดงบประมาณการซ่อมบำรุงไปอีกโข ![]() เราไม่อาจต้านทานพลังธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ได้ สถาปัตยกรรมมีหน้าที่คล้อยตามอย่างสงบสุขเท่านั้นเอง
การแก้ปัญหาที่ตัวสถาปัตยกรรมให้หนีพ้นน้ำไม่ว่าจะเป็น แบบเรือนไทยยกใต้ถุนสูง การเตรียมตัวให้พร้อมอพยพหนีน้ำ การเลือกใช้วัสดุให้สอดคล้องกับสภาพการณ์นั้น ก็เป็นการแก้ปัญหาแค่เพียงจุดเล็ก ๆ ที่แต่ละหน่วย หากแต่การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนคือการมองไปยังองค์รวม มองให้เห็นถึงปัญหาที่แท้จริงแล้วแก้ไขมันอย่างจริงจัง เราต้องเริ่มที่ระดับเมือง ระดับประเทศ การแก้ไขในวันนี้อาจจะไม่เห็นผลในชั่วรุ่นของเรา แต่ลูกหลานสามารถอยู่ในโลกที่โหดร้ายน้อยลง เพราะธรรมชาติไม่รู้จักคำว่าปราณี รู้แต่ทำไปตามหน้าที่ของจักรวาลเท่านั้นเอง
ตอนสายของวัน ผมทำอะไรไม่ได้มากกว่ามองดูอาคารบ้านเรือนจมน้ำ และพาตัวเองอพยพไปกับเรือของทหารก่อนความมืดจะมาเยือน |
26.12.2011
1877 views
22.12.2011
3110 views
19.12.2011
3502 views
13.12.2011
1560 views